คำถามที่ 293
สวัสดีค่ะ
ตอนนี้มีปัญหาคือว่าดิฉันเจ็บที่ข้อมือมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 51 หมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ X-ray และ ตรวจเลือด แล้วปกติ หมอเลยสันนิษฐานว่า เอ็นอักเสบ หมอให้ยาแก้อักเสบ ลดบวม โดย อาทิตย์แรกๆ ให้ทานยา Danzen, Mucosta และ Nidol โดยให้ครีมทาแก้อักเสบมาด้วย (จำชื่อไม่ได้ค่ะ) และพอให้ทานซักพักก็ให้เปลี่ยน จำไม่ได้ว่าประมาณกี่อาทิตย์ น่าจะ 2 - 3 อาทิตย์ (แต่ดิฉันไม่ได้กินครบ) แล้วเปลี่ยนมาเป็นยา Prenisolone + ยาแก้อักเสบ+ ยายับยั้งการลดกรด แต่ไม่ชอบชุดนี้เลย เพราะว่ากินแล้วไม่สบายท้องเลย เลยไม่กิน ดังนั้ข้อมือก็จะเป็นๆ หายๆ ที่นี้เมื่อวันอังคารที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ไปหาหมอจีนพวกจับชีพจร เขาสันนิษฐานว่าดิฉันมีความเสี่ยงที่จะเป็น โรค ทาลัสซีเมืย และ โรค SLE ซึ่งพอได้ยินคำวินิจฉัย ดิฉันได้กลับมาเปิด internet ค้นดูเรื่อง SLE แล้วพบว่าดิฉันมีตรงอยู่ 2 - 3 รายการคือ เจ็บข้อ บวมที่หลังมือ(เหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ อาจจะเป็นเส้นเลือดอักเสบก็ได้ใช้หรือเปล่าค่ะ)? และมีผื่นแดง (ไม่คัน) ตรงบริเวณข้อนิ้วกลางหลังมือ (ตำแหน่งตรงที่บวม)
3 อย่างนี้จะเข้าค่ายเป็นโรค SLE หรือยังค่ะ? ซึ่งดิฉันแปลกใจว่า ทำไมตอนที่โรงพยาบาลกรุงเทพเอาเลือดไปตรวจถึงไม่เจอค่ะ
ตอบ
 
- อาการปวดข้อ + มีผื่นแดงบริเวณที่บวม แสดงถึงว่าเป็นข้ออักเสบมานานเกิน 12 สัปดาห์
- ข้ออักเสบเป็นอาการหนึ่งของหลายโรค เช่น SLE, รูมาตอยด์ในกรณีของคุณ อายุ 43 ปี มีแต่อาการทางข้อ อาจจะเป็นรูมาตอยด์ มากกว่า SLE อย่างไรก็ดี ต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อแยกโรค
- โรครูมาตอยด์ช่วงแรกอาจจะตรวจไม่พบได้ ถ้าอาการยังมีอยู่และยังสงสัย
ก็ต้องเจาะเลือดตรวจซ้ำค่ะ
- รูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง ควรทำการรักษาต่อเนื่องค่ะ แนะนำให้พบแพทย Rheumtologist ค่ะ
- ส่วน Thalassemia เป็นโลหติจางที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมค่ะ ตรวจเลือดก็จะทราบได้
พ.ญ.พิณทิพย์
|