คำถามที่ 270
เรียน คุณหมอที่เคารพ
ดิฉันป่วยเป็นโรค MG (Myasthenia gravis) ได้ประมาณ 1 ปีค่ะ ได้รับการวินิจฉัยเมื่อ 6 เดือนก่อนและได้ทำการผ่าตัดต่อมไทมัสไปเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ตอนนี้ทานยา prednisolone อยู่ วันละ 12 เม็ด สลับ 4 เม็ดค่ะ (ลดลงเรื่อยๆ จากวันละ 12 เม็ด โดยทานมาประมาณ 6 เดือนแล้ว)
ตอนนี้รู้สึกว่าเริ่มมีอาการคล้ายๆ sle จึงอยากจะขอปรึกษาคุณหมอดังนี้ค่ะ คือก่อนที่จะได้รับ
การวินิจฉัยว่าเป็น MG และเริ่มกินยา prednisolone ก็มีอาการผมร่วงเป็นจำนวนมาก (เกินร้อยเส้นต่อวัน) แต่ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะเครียดและหมอที่รักษาไม่ได้สนใจอะไร เมื่อรักษาด้วยยาprednisolone ไปซักระยะก้อพบว่าผมหยุดร่วงและขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่พอหมอลดยา ก็รู้สึกว่าผมเริ่มกลับมาร่วงมากขึ้นค่ะ และหลังจากทำการผ่าตัดต่อมไทมัส
ออกแล้ว ผมก็ร่วงเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ถ้าสระผมก็วันละประมาณ 400-500 เส้น ประกอบกับมีอาการปวดข้อเข่าข้างซ้าย และขวา ซึ่งข้างซ้ายจะปวดกว่า โดยอาการปวด
จะเป็นเวลาเดิน และเดินขึ้นบันได พอทายาแก้ข้ออักเสบ อาการก็จะหายไปค่ะ เคยตรวจ SLE ไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ว่า หมอบอกว่าไม่ได้เป็น SLE ค่ะ และยังคงทยอยลดยา prednisolone ลงเรื่อยๆ และไม่ได้หาหมอทางโรคข้อเลย ตอนนี้ผ่านมา 1 เดือนแล้วหลังจากตรวจ SLE แต่อาการ ผมร่วงยังคงมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ และอาการปวดข้อเข่า ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมค่ะ โดยจะปวดตอนเย็นๆ พอตอนเช้าอาการจะหายไปค่ะ ถ้าวันไหนเดินมากต้องทายาถึงจะหายปวดค่ะ (วันก่อนเดินขึ้นบันไดสี่ชั้น ต้องทายาอยู่ 3 วันถึงจะหายค่ะ) มันจะปวดๆ ตึงๆ เวลางอเข่าตรงด้านใต้เข่า และตรงตรงด้านเหนือเข่าเหมือนจะบวมๆ ค่ะ (อาการเหล่านี้ไม่เคยเป็นมาก่อนตอนที่ร่างกายปกติค่ะ มันไม่เหมือนปวดเมื่อยทั่วไป) อยากปรึกษาคุณหมอว่าควรทำอย่างไรคะ ควรจะไปตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งหรือไม่หรือทุกๆ ระยะเวลาเท่าไหร่ และในกรณีใด เนื่องจากได้ยินมาว่าการทาน prednisolone อาจทำให้ผลเลือดเป็น negative ได้และคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันหนึ่งโรคก็สามารถ
เป็นโรคอื่นได้เช่นกันตอนนี้ไม่สบายใจมากๆ ค่ะ นั่งกลัวอยู่ทุกวันว่าจะเป็น sle หรือไม่ เครียดมากเลยค่ะ แค่โรคเดียวก้อจะแย่อยู่แล้วค่ะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
ตอบ

ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิชนิดหนึ่ง เช่น โรค MG ซึ่งเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองต่ออวัยวะหนึ่ง มีโอกาสพัฒนาไปเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองต่อหลาย ๆ อวัยวะทั้งระบบ เช่น โรค เอส แอล อี ได้ เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ้าง ในกรณีเช่นนี้ควรไปรับการตรวจในสถาบันที่เชี่ยวชาญโรค เอส แอล อี โดยเฉพาะว่ามีโอกาสเป็นหรือไม่ จะได้ไม่ต้องมากังวลใจ
น.พ.กิตติ
|