คำถามที่ 44
สวัสดีครับคุณหมอ
ผมชื่อ .... อายุ 28 ปี มีข้อสงสัยกลัวจะเป็น sle ครับ เริ่มจากเมื่อประมาณ
เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติ อยู่ดี ๆ ก็เจ็บหัวเข่า อีก
2 วันก็เจ็บอีกข้างหนึ่งก็เริ่มทานยา ตระกูล เอ็นเสด เม็ดละ 25 ม.ก. 3 เวลา
ทานประมาณ 2 สัปดาห์อาการก็ไม่ค่อยดีขึ้น มีอาการซ่า ๆ ที่ขาทั้ง 2 ข้าง
แล้วก็เริ่มเจ็บ ข้อเท้า ทีละข้าง เปลี่ยนแพทย์ใหม่ ได้ยา ไนดอลมาทาน อีก
2 สัปดาห์ ก็ไม่ดีขึ้น ทีนี้เริ่มเจ็บข้อมือ ก็เปลี่ยนยาอีก มาทาน ไอบูโปรเฟน
ประมาณ 2 สัปดาห์ ปวดท้อง เลยเลิกทาน ก็เริ่มเจ็บหลัง เจ็บก้นกบ เคล็ดไหล่
ข้อศอก เกือบทุกที่เลย แต่ก็พยายามออกกำลัง
โดยการปั่นจักรยาน ปัจจุบัน มีอาการเมื่อยที่เท้า ยืนนานจะรู้สึกเหมือนเมื่อย
(เหมือนยืนมาเป็นชั่วโมง)อาการปวดที่อื่นไม่ค่อยมีแล้ว มีเพียงที่หัวเข่า เท่านั้น
แต่เริ่มมีอาการอย่างอื่นคือ
1. มีจุดเลือดออก ตามแขน ต้นขา และลำตัว
2. ช่วงที่เลิกทานยาไอบูโปรเฟน ประมาณ 2 วัน ปัสสาวะ เป็นฟองฟอดเลยครับ
ปัจจุบันมีอาการเจ็บที่บริเวณ หัวเหน่า ( ไม่ทราบเรียกถูกหรือเปล่า) คือตรงเนิน
ใกล้อวัยวะเพศ
3. มีอาการตึงตามแขนขา บางครั้งตึงตามนิ้ว
4. มีตุ่มคัน ลักษณะ เป็นตุ่มสีแดง ขึ้นเม็ดเดี่ยว แต่หลาย ๆ ที คันมาก แต่พอเอา
ยาหม่องทา ก็บรรเทา
5. มีอาการแพ้ที่หน้า มีผื่นขึ้นเยอะมาก เกิดหลังจากถีบจักรยานตอนเย็น คันด้วย
แต่ไม่ได้เกา เป็นอยู่ 3-4 วันก็เริ่มยุบตัว
6. บางทีมีอาการแสบตา มีขี้ตาออกมากชอบเป็นตอนอากาศเย็น ๆ (นอนห้องแอร์)
จึงอยากเรียนถามคุณหมอดังนี้
1) อาการที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เสี่ยงเป็น sle หรือไม่
2) สถิติที่ชายจะเป็น sle ในไทยนั้นสูงหรือไม่
3) ควรจะทำอย่างไร ไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดดีหรือไม่
อ้อ...ผมสูบบุหรี่ด้วยครับ ตอนป่วยใหม่ ๆ สูบจัดมาก เพราะเครียด ต่อมาเริ่ม
รู้สึกว่าพอสูบแล้ว ยิ่งเจ็บตามนิ้ว ตามตัว เลยลด ๆลง ก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไร
รบกวนคุณหมอด้วยครับ ช่วยผมที เครียดมากจนนอนไม่หลับไปแล้ว
ตอบ
อาการที่เล่ามาคงต้องแยกเป็น 2 เรื่อง
1. เรื่องเจ็บเข่าทีละข้างต่อมาเจ็บข้อเท้า เจ็บหลัง ก้นกบ ในผู้ชายอายุขนาดนี้
ร่วมกับมีปวดเมื่อยตามที่ต่าง ๆ และแสบตา (ตาอักเสบ) เข้าได้กับกลุ่มโรคข้อ
และข้อสันหลังอักเสบ
2. อาการจุดเลือดออก ปัสสาวะเป็นฟอง ผื่นคัน อาจเป็นอาการที่เกิดจากการรับ
ประทานยากลุ่มเอ็นเสด, ไอบูโปรเฟน , ไนดอล , วอลทาเรน โดยรวมแล้วไม่ค่อย
เหมือนโรค SLE อย่างไรก็ตามควรไปรับการตรวจรักษาที่หน่วยโรคข้อตามโรง
พยาบาลใหญ่ ๆ เช่น จุฬา , ศิริราช , รามาธิบดี เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอนอีกครั้ง
ประเทศไทยยังไม่มีใครรวบรวมสถิติผู้ป่วยชายไทยที่เป็น เอส แอล อี เอาไว้
น.พ. กิตติ