คำถามที่ 37

เรียน น.พ. กิตติที่นับถือ

เพิ่งรู้จักเว็บไซต์ thai-sle.com เมื่อสักครู่นี้เอง ลูกสาวผม ปัจจุบัน อายุ 28 ปี
เป็น sle มาหลายปี กินยาจนกระดูกสะโพกผุ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพก
ไปแล้ว เมื่อ 2 ปี ก่อน โดยใช้โปรแกรม บัตรทอง 30 บาท ทำให้ไม่ต้องเสียเงิน
เป็นแสน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาตัวบวม หมอบอกว่าโรคลงตับ นอนพัก
รักษาตัวอยู่ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ (บางคอแหลม) อยู่เป็นเดือน ต่อมาย้ายมา
รพ.วชิระ เพราะ รพ.เจริญกรุง ส่งมา เนื่องจากว่าที่ รพ.เจริญกรุง เครื่องมือ
ไม่ดีพอ ที่ รพ.วชิระ ก็รักษาแผนกไตและ กินยา Prednisolon วันละ 6 เม็ด
อยากจะย้ายไป รพ.อื่นเช่น ร.พ. จุฬา, รามาธิบดี หรือศิริราช ก็ติดปัญหาเรื่อง
ประกันสังคมต้องรอถึงสิ้นปี ถึงจะย้ายรพ.ได้ หมอนัดให้ไปฉีดยาทุกเดือน
แต่ปัญหาคือเตียงไม่ค่อยว่างต้องไปนอนรอที่เตียงฉุกเฉินหลายวันกว่าเตียงจะว่าง
ตอนนี้ผมร่วงมากเกือบหมดศีรษะแล้ว และตัวก็เริ่มบวมอีก ติดต่อไปที่ รพ.แล้ว
เตียงก็ยังไม่ว่าง ขอรบกวนคำแนะนำของคุณหมอ ว่าถ้าไปรักษาที่ รพ.
ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นต้องเสียค่าใช้จ่ายมากน้อยเท่าไหร่ หากใช้สิทธิ์
ประกันสังคมไม่ได้เพราะขืนรอเตียงที่ รพ.วชิระ ลูกผมคงเสียชีวิตในไม่ช้านี้ครับ
รบกวนขอเบอร์โทรติดต่อคุณหมอ โดยตรงเช่นมือถือได้ไหมเพราะรอถึงวันพุธ
ไม่ไหว จะได้ให้ลูกสาว เขาโทรไปพูดคุยปรึกษา เพราะตอนนี้เขากำลังเริ่มขวัญเสีย
จิตใจก็แย่ลงเรื่อย ๆ

ขอแสดงความนับถือ

 

ตอบ

- โรค เอส แอล อี เป็นโรคที่มีความสลับซับซ้อน ต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ
ในกรณีของลูกสาวคุณดูเหมือนโรคเป็นขนาดรุนแรงและยังควบคุมไม่ได้จึงเป็น
เรื้อรัง ต้องกินยา Prednisolon จนกระดูกสะโพกยุบและขณะนี้ก็ยังกำเริบบวม
ผมร่วงและมีอาการทางตับและไต โรคที่เป็นถึงขนาดนี้โรงพยาบาลทั่วไป
ไม่สามารถดูแลได้ ควรไปรักษาที่โรงเรียนแพทย์ที่มีเครื่องมือและวิธีการ
รักษารวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ และควรจะต้องรีบที่สุด จะรอประกันสังคม
รอเตียงไม่ได้ เ รื่องค่าใช้จ่ายค่อยมาทำเรื่องเบิกประกันสังคมหรือขอจดหมาย
รับรองค่าใช้จ่ายทีหลัง ค่าใช้จ่ายมากน้อยคงขึ้นกับโรคเป็นรุนแรงแค่ไหน
ต้องรักษามากน้อยแค่ไหน
- ส่วนเรื่องโทรศัพท์สามารถให้ลูกสาวคุณโทรมาได้ที่เบอร์ 02-2011838
ทุกวันพุธเวลา 9.00-10.00 น. ผมจะอยู่รับโทรศัพท์ตามช่วงเวลานี้
ถ้าเป็นช่วงอื่นผมจะต้องไปสอนหรือตรวจคนไข้จะไม่อยู่ที่เบอร์นี้ (เนื่องจาก
โทรศัพท์มือถือของผมมีคนโทรเข้าเยอะมากจนแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
แม้กระทั่งจะสอนนักศึกษาแพทย์หรือตรวจคนไข้ บางคนโทรมาช่วงยามวิกาล)

น.พ. กิตติ