คำถามที่  110

เรียนถาม อ.แพทย์

      ดิฉันอยากเรียนถามว่าจากคนไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อนแต่หลังจากมีอาการ
เป็นไข้และคออักเสบได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งนายแพทย์ได้
ทำการรักษาด้วยการฉีดยาให้หนึ่งเข็มและได้ให้ยาปฎิชีวนะ Roxcin มากินต่ออีก
10 เม็ด พร้อมกับยา พาราฯ  หลังจากนั้นอีก 24 ช.ม.ต่อมา มีอาการผื่นเล็กๆ คัน
เหมือนลมพิษเริ่มขึ้นเต็มที่บริเวณคอ และใบหน้า  จึงได้กลับไปพบแพทย์ที่โรง
พยาบาลเดิมอีกครั้ง โดยครั้งนี้ทางโรงพยาบาลได้จัดให้พบแพทย์ผิวหนังซึ่งแพทย์
ได้ออกความเห็นวินิจฉัยว่าเป็นลมพิษและได้ทำการฉีดยาแก้แพ้ให้หนึ่งเข็มและ
ให้ยาแก้แพ้ไว้กินอีกทั้งยังได้กำชับให้กินยาปฎิชีวนะ Roxcin ที่เหลืออยู่จนหมด
เมื่อตื่นนอนวันรุ่งขึ้นปรากฏว่านัยตาทั้งสองข้างบวมแดงจัดเหมือนเลือดและมี
อาการคันทั้งตัว และบวมที่บริเวณข้อมือและนิ้วมือทั้ง10 จึงได้รีบกลับไปพบ
นายแพทย์คนแรกอีกครั้งซึ่งคราวนี้สั่งตรวจเลือดเพราะเกรงว่าจะเป็นไข้เลือดออก
แต่ไม่พบเชื้อแต่อย่างใดจึงได้สั่งเปลี่ยนยาแก้แพ้เป็นชนิดอื่นแทนแต่ยาปฏิชีวนะ
ยังคงให้กินตัวเดิมซึ่งอีกสองวันถัดมาอาการคันและบวมก็ยังไม่ดีขึ้นแต่อาการ
บวมแดงที่นัยตาลดลงมาก รู้สึกผิดปกติมากจึงไปปรึกษาแพทย์ที่คลีนิคใกล้บ้าน
แพทย์ก็สั่งให้หยุดยาRoxcin ทันที  วันรุ่งขึ้นอาการบวมและคันก็ทุเลาลงมากแต่
ก็ยังไม่ปกติหลังจากนั้นมาจนบัดนี้ 2 เดือนกว่าแล้ว ก็ยังมีอาการ คันและมีผื่นขึ้น
บริเวณหน้าและขอบตา และมีอาการนิ้วมือ และข้อมือบวมตึงทุกๆเช้าและทุกเวลา
เมื่ออากาศร้อน อนึ่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพึ่งเปลี่ยนไปพบแพทย์ที่ รพ.กรุงเทพอธิบาย
ให้หมอฟังถึงอาการแพ้ต่างๆที่เกิดขึ้น  แพทย์จึงส่งไปตรวจร่างกายประจำปีและได้รับ
การตรวจเลือดตามปกติ ก็ไม่ปรากฏว่าแพ้อะไร และไต ปกติแต่อาการคัน และ บวม
ตาม นิ้ว  ข้อมือ ข้อเท้า และฝ่าเท้า ยังไม่ลดลงจึงใคร่ที่จะขอปรึกษาท่านว่าจะเป็นอาการ
ของ เอส แอล อี ได้ หรือไม่ หากมีความน่าจะเป็น ควรจะปรึกษาแพทย์แผนกไหน
และโรงพยาบาลใดจะเชี่ยวชาญ โรคนี้เป็นพิเศษ

ขอแสดงความนับถือ

 

ตอบ

- ที่เล่ามาคงเกิดจากการแพ้ยาปฏิชีวนะ Roxcin

- ถ้ามีการติดเชื้อครั้งต่อไปห้ามใช้ยาปฏิชีวะในกลุ่ม Erythromycin

- ควรปรึกษาแพทย์อายุกรรม  สาขาโรคข้อและรูมาติสซั่ม ตามร.พ.ที่เป็น ร.ร.แพทย

น.พ. กิตติ