การปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิต
โรค เอส แอล อี มีผลต่อกระทบกับชีวิตของผู้ป่วยได้ทุกด้าน ตั้งแต่ รูปโฉมภายนอก
ความเจ็บปวดข้อ ความอ่อนเพลีย อารมณ์ การดำเนินชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน การเรียน
ครอบครัว สามี ภรรยา ลูก เศรษฐานะ ความหวังในอนาคต ฯลฯ เป็นธรรมดาอยู่เองที่ผู้ป่วย
จะเกิดความรู้สึกท้อแท้ ซึ่งสัญญาณของความรู้สึกท้อแท้ มีดังนี้คือ
ขาดความสนใจตนเอง
อยากอยู่คนเดียว
คิดอะไรไม่ออก
รู้สึกไร้ค่า
ไม่มีแรงกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใด ๆ
เหนื่อยง่าย
นอนไม่หลับ
เกิดอุบัติเหตุบ่อย
รู้สึกไม่มีความสุข หรือร้องไห้เป็นประจำ
อยากฆ่าตัวตาย
ความรู้สึกท้อแท้มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับความรุนแรงของโรค เอส แอล อี ยิ่งโรครุนแรงขึ้น
หรือเรื้อรังเป็นระยะเวลานอนขึ้น ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกท้อแท้มากขึ้น แต่ความรู้สึกท้อแท้ไม่ใช่สิ่งถาวร
เมื่อเกิดขึ้นได้ ก็สามารถถูกกำจัดออกไปได้ ในระยะแรกอาจต้องใช้ยาช่วย แต่ส่งที่สำคัญที่สุดอยู่
ที่ตัวคุณเอง โดย
พยายามหาทางระบายความอัดอั้น ความกังวลใจหรือปัญหา เล่าให้ผู้ใกล้ชิด คุณพ่อ คุณแม่
หรือเพื่อน ๆ ฟัง
แสวงหาความช่วยเหลือ หาคนที่คุณคิดว่าจะช่วยคุณได้
พยายามสนใจ และมีจิตใจจอจ่ออยู่กับการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมือนเดิม
มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว แล้วพยายามทำให้ฝันนั้นเป็นจริง
ทำตัวให้กระฉับกระเฉง
ร่วมกลุ่มทำกิจกรรมบางอย่างที่ตัวเองสนใจ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากตัวโรคที่เป็น
หยุดพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อน หรือออกเดินทางไปที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ
ออกไปจากสิ่งแวดล้อมที่จำเจ
เขียนบันทึกประจำวันถึงประสบการณ์ของคุณกับโรคที่เป็นอยู่ ความรู้สึก ความทุกข์ทรมาน ฯลฯ
เป็นการระบายออกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ ยังอาจนำมาวิเคราะห์ในภายหลัง เพื่อปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น
มีความเชื่อมั่นในตัวคุณเอง ว่าคุณจะต้องหายจากโรค คุณจะต้องแข็งแรงขึ้น